7 ท่าโยคะลดต้นแขนที่น่าลอง ช่วยให้แขนเรียวเล็กแต่สตรองและเฟิร์มขั้นสุด !

แขนเรียวเล็ก กระชับ และได้สัดส่วนจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ถ้าสาว ๆ ได้มาลองท่าโยคะดี ๆ เหล่านี้

ท่าโยคะที่เรานำมาฝากกันในวันนี้คงจะต้องถูกใจสาว ๆ แน่นอน เพราะเราเชื่อว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากมีแขนที่ใหญ่และไม่กระชับ ดังนั้นเราจึงนำเอาท่าโยคะลดต้นแขนง่าย ๆ ที่จะช่วยให้แขนของสาว ๆ เรียวเล็ก กระชับ ได้สัดส่วน และแข็งแรงมากยิ่งขึ้นมาฝากกันค่ะ

1. ท่าท่อนไม้ (Chaturanga)

ท่านี้ช่วยบริหารกล้ามเนื้อในร่างกายเราหลายส่วนมาก ๆ ทั้งแขน มือ ไหล่ และหน้าท้อง โดยเฉพาะแขนด้านล่างช่วงระหว่างข้อมือถึงข้อศอกที่ต้องรองรับน้ำหนัก และช่วงแขนด้านหลังที่ต้องเกร็งหนักขึ้น เนื่องจากการงอ ทำให้ท่านี้เป็นอีกหนึ่งท่าโยคะดี ๆ ที่ช่วยฟิตให้แขนของสาว ๆ เรียวเล็กขึ้นค่ะ

วิธีฝึก

– นอนคว่ำลง เท้าชิดกัน ตั้งนิ้วเท้าขึ้น
– งอข้อศอก โดยให้มือทั้งสองข้างวางราบไปกับพื้น หายใจเข้า
– ค่อย ๆ ดันมือทั้งสองข้างยกตัวขึ้น ลำตัวตรงขนานกับพื้น ใช้มือและเท้ารับน้ำหนักตัว สักครู่หนึ่งให้หายใจออก ผ่อนคลายท่าลง กลับไปในท่าเดิม แล้วทำซ้ำ

2. ท่าสุนัขเงยหน้า (Upward-Facing Dog)

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าท่าสุนัขเงยหน้าเป็นท่าที่ทำได้ง่ายมาก เชื่อว่าสาว ๆ ทุกคนต้องทำได้แน่นอน เพราะท่านี้เน้นที่การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ มากกว่าการเกร็งเหมือนท่าอื่น ๆ ทำให้กล้ามเนื้อของเราได้ยืดหยุ่นและกระชับมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นสาวออฟฟิศ เราขอแนะนำให้คุณทำท่านี้เป็นประจำ เพราะนอกจากจะช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อแขนแล้ว ยังช่วยยืดกล้ามเนื้อหลัง และบรรเทาความเครียดจากการนั่งทำงานได้ดีอีกด้วย และถ้าสนใจจะทำท่าอื่น ๆ เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูได้ที่นี่เลย

– 12 ท่าโยคะแก้ปวดเมื่อย มนุษย์เงินเดือนนั่งนาน ๆ ควรจัดให้ด่วนเลย

วิธีฝึก

– นอนคว่ำบนพื้น มือทั้งสองข้างวางล้ำช่วงไหล่พอประมาณ ขาเหยียดตรง
– ออกแรงยกลำตัวขึ้น โดยใช้ปลายเท้าช่วยพยุงตัว พยายามอย่าให้ขาแตะพื้น เงยหน้า แขนตั้งตรง
– ค้างท่าไว้ 20-30 วินาที คืนสู่ท่าเดิม และทำซ้ำเท่าที่ต้องการ

3. ท่าวิดพื้นแบบโยคี (Yogi Push ups)

เชื่อว่าคงไม่มีใครสงสัยหรอกว่าการวิดพื้นจะช่วยให้แขนแข็งแรง เรียวเล็ก กระชับ ได้สัดส่วนได้ยังไง เพราะท่าวิดพื้นเป็นท่าออกกำลังกายที่ใช้แขนโดยตรงจากการดันตัวขึ้น-ลง ฉะนั้นจึงทำให้แขนของเราแข็งแรงและกระชับขึ้นได้แน่ ๆ แต่เนื่องจากท่าวิดพื้นเป็นท่าที่ต้องใช้แรงค่อนข้างเยอะ จึงอาจทำให้สาว ๆ หลายคนเหนื่อยได้ง่ายหน่อย อย่างไรก็อย่าพึ่งท้อไปนะคะ เพราะถ้าทำท่านี้เป็นประจำ เราการันตีว่าแขนเรียวเล็กในฝันอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

วิธีฝึก

– นอนคว่ำลงกับพื้น เหมือนกับท่าแพลงก์
– นำมือทั้งสองข้างวางไว้ต่ำกว่าระดับหัวไหล่ จากนั้นดันร่างกายท่อนบนขึ้นแล้วมองตรงไปข้างหน้า คล้ายท่าท่อนไม้ ค้างไว้สักครู่
– กลับไปที่ท่าแพลงก์ ทำสลับไปเรื่อย ๆ เซตละ 5-10 ครั้ง โดยระหว่างที่ยกตัวขึ้น ให้สูดลมหายใจเข้า และหายใจออกเมื่อจะหย่อนตัวลง แต่อย่ากลั้นลมหายใจนะคะ

4. ท่าสุนัขก้มหน้า (Downward Dog)

ถ้าสังเกตดี ๆ ท่าอื่นจะมีลักษณะคล้าย ๆ กันคือนอนคว่ำ แต่ท่านี้มาแปลกแตกต่าง เพราะเป็นท่าคลานที่ยกเข่าพร้อมกับยกสะโพกให้สูงเหนือพื้น ซึ่งต้องบอกว่าความแตกต่างนี้ถือเป็นข้อดีของท่านี้เลยค่ะ เพราะการที่ต้องใช้มือยืดออกไปจนสุดแล้วยันพื้นไว้จะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนเล็ก ๆ ของท่อนแขนทำงานได้เต็มที่ รวมถึงข้อมือ หัวไหล่ และกล้ามเนื้อแขนด้านหลังด้วย นอกจากนี้การกลับหัวลงในขณะฝึกท่าสุนัขก้มหน้ายังช่วยให้การทำงานของระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้นด้วยค่ะ

วิธีฝึก

– อยู่ในท่าคลาน กางขาและเข่าออกเท่าความกว้างของสะโพก กางแขนให้กว้างเท่าไหล่ กางนิ้วออกให้กว้างด้วย
– ใช้มือดันพื้น ยกเข่าขึ้นจนขาตรง (หากรู้สึกตึงขาเกินไป สามารถงอเข่าได้เล็กน้อยเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น)
– ยืดแขนไปข้างหน้าและก้าวขาไปข้างหลังเล็กน้อย
– เกร็งต้นขาไว้ จากนั้นดันต้นขาไปข้างหลัง พยายามกดส้นเท้าไว้ให้ติดพื้น
– ผ่อนคลายศีรษะ คอ แล้วปล่อยให้ไหล่ผายไปด้านหลัง หายใจลึก ๆ ค้างไว้อย่างน้อย 1 นาที

5. ท่าโลมา ยกขาข้างหนึ่ง (Dolphin with One-Leg Lift)

ท่าโลมายกขาข้างหนึ่งเป็นท่าที่ช่วยฝึกการทรงตัว และที่สำคัญคือช่วยกระชับทั้งต้นแขนด้านใน ไหล่ กล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ ไตรเซ็ปส์ และหลังช่วงบนให้แข็งแรง สมส่วนได้แบบที่สาว ๆ ต้องการเลยค่ะ

วิธีฝึก

– นั่งคุกเข่า ประสานมือทั้งสองข้างไว้ข้างหน้า
– ค่อย ๆ โน้มตัวลงมาให้ข้อศอกแตะพื้น
– ยกสะโพกและก้นขึ้นให้อยู่ในแนวเดียวกับข้อศอก
– ยกขาขึ้นข้างหนึ่งแล้วค้างไว้สักครู่ ทำสลับกัน จากนั้นคืนสู่ท่าเดิม

6. ท่าแพลงก์ (Yoga Plank Pose)

นอกจากจะช่วยลดพุง กระชับหน้าท้องอย่างที่เราเคยได้กันยินกันมาบ่อย ๆ ก่อนหน้านี้แล้ว ท่าแพลงก์ยังมีอีกหนึ่งประโยชน์ที่สำคัญมาก นั่นก็คือ ช่วยให้แขนของเราฟิต กระชับ และแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เพราะการที่เราทำท่าแพลงก์นั้น เราจะต้องทรงตัวอยู่บนแขน ซึ่งทำให้เราต้องเกร็ง เปิดโอกาสให้ได้ฟิตกล้ามเนื้อแขนมากขึ้น จึงสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อแขนกระชับ และช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้นได้

แล้วก็ไม่ใช่เพียงแค่ต้นแขนที่ฟิต กระชับอย่างเดียวนะคะ เพราะกล้ามเนื้อหน้าอกและบริเวณหัวไหล่ของเราก็ต้องทำงานอย่างหนัก ทำให้แข็งแรงและได้สัดส่วนเพิ่มขึ้นด้วย เรียกได้ว่าทำท่านี้แค่ท่าเดียวได้ครบทั้งแขน ไหล่ อก และหน้าท้องเลยค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมั่นใจว่าเราทำท่านี้อย่างถูกต้องโดยการทิ้งน้ำหนักลงไปที่แขน ไม่ใช่ที่ข้อต่อนะคะ เพราะไม่งั้นอาจจะได้ปวดตามข้อจนต้องไปหาหมอแทนมีแขนที่ฟิตกระชับได้

วิธีฝึก

– นอนคว่ำ เหยียดตัวตรง เกร็งคอ และศีรษะลอยจากพื้น
– ตั้งศอกทั้ง 2 ข้างกับพื้น ค่อย ๆ ยันตัวขึ้น โดยให้ศอกทั้ง 2 ข้างห่างกันประมาณ 1 ช่วงไหล่ และข้อมือต้องวางตรงกับหัวไหล่ด้วย
– ยกสะโพกขึ้น แขม่วพุง ขมิบก้น เกร็งลำตัวและคอให้อยู่ในระนาบเดียวกัน ค้างท่าไว้ 30-60 วินาที

7. ท่าแพลงก์ด้านข้าง (Side Plank)

ท่าแพลงก์ด้านข้างจะช่วยฟิต กระชับต้นแขนในลักษณะคล้าย ๆ กันกับท่าแพลงก์ธรรมดาเลยค่ะ แต่อาจจะเห็นผลมากกว่ากันอยู่นิดหน่อย เพราะท่านี้เป็นท่าที่ใช้แขนข้างเดียวยึดร่างกายเอาไว้ จึงทำให้กล้ามเนื้อแขนข้างนั้น ๆ ต้องทำงานหนักมากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อของเรากระชับขึ้นได้เร็วนั่นเอง อย่างไรก็ตามท่านี้ทำได้ยากกว่าท่าแพลงก์ธรรมดา ถ้าคุณเป็นมือใหม่เราขอแนะนำให้คุณทำท่าแพลงก์ธรรมดาด้านบนให้ชินก่อน แล้วค่อยลองทำท่านี้ทีหลังค่ะ

วิธีฝึก

– นอนตะแคงข้างซ้าย ใช้แขนและข้อศอกยันตัวขึ้นโดยให้สะโพกยังวางอยู่กับพื้น
– ค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้น ตามด้วยเหยียดแขนข้างขวาตรงขึ้นไปข้างบน
– เกร็งคอ ลำตัว และสะโพกให้อยู่ในระนาบเดียวกัน ค้างท่าไว้ 30-60 วินาที คลายท่า แล้วสลับข้าง

หากอยากมีต้นแขนเรียวสวยได้สัดส่วน สาว ๆ ควรทำท่าโยคะเหล่านี้เป็นประจำ โดยแต่ละท่าควรค้างไว้ที่ประมาณ 5 ลมหายใจ และให้ทำท่าละประมาณ 5-8 ครั้ง เพื่อให้การลดกระชับต้นแขนให้เรียวเล็กและสวยงามของทุกคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนะคะ และหากใครที่มีเวลาอยากออกกำลังกายลดต้นแขนแบบหลากหลายมากขึ้น สามารถดูวิธีลดต้นแขนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://health.kapook.com

เล็บสวยด้วยนมสด

เล็บสวยด้วยนมสด (Health Plus)
          สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงาม ต้องดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนว่า ทุกส่วนจะต้องแต่งแต้มสีสันอยู่ตลอดเวลาแล้ว แม้กระทั่ง “เล็บ” ก็จะต้องเพ้นท์เพิ่มสีสันวิ้ง ๆ ตลอดเวลา แต่หากทำบ่อยๆ ก็อาจทำให้เล็บอ่อน เหลือง เปราะง่ายได้เหมือนกันนะ จะดีกว่าไหม ถ้าเราจะหันมาดูแลเล็บให้สวยคงอยู่กับเราไปนาน ๆ ด้วยวิธีง่าย ๆ ด้วยนมสดนี่แหละ 

          สำหรับคุณสาวๆที่ชอบเพ้นท์เล็บเป็นประจำ เล็บของคุณอาจเกิดปัญหาเล็บอ่อน เสียง่าย เล็บไม่แข็งแรง เรามีวิธีดูแลง่ายๆ มาฝาก เริ่มจากการนำนมสดมาอุ่นไฟพอประมาณ ให้พออุ่น ๆ แล้วนำเล็บของเราไปแช่ไว้ในน้ำนมสดประมาณ 2-3 นาที ทำเป็นประจำจะรู้สึกว่าเล็บของคุณจะแข็งและสวยขึ้น หรือใครที่มีเล็บสวยอยู่แล้วก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นกัน

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://health.kapook.com

7 ท่าโยคะลดต้นแขนที่น่าลอง ช่วยให้แขนเรียวเล็กแต่สตรองและเฟิร์มขั้นสุด !

แขนเรียวเล็ก กระชับ และได้สัดส่วนจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ถ้าสาว ๆ ได้มาลองท่าโยคะดี ๆ เหล่านี้

ท่าโยคะที่เรานำมาฝากกันในวันนี้คงจะต้องถูกใจสาว ๆ แน่นอน เพราะเราเชื่อว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากมีแขนที่ใหญ่และไม่กระชับ ดังนั้นเราจึงนำเอาท่าโยคะลดต้นแขนง่าย ๆ ที่จะช่วยให้แขนของสาว ๆ เรียวเล็ก กระชับ ได้สัดส่วน และแข็งแรงมากยิ่งขึ้นมาฝากกันค่ะ

1. ท่าท่อนไม้ (Chaturanga)

ท่านี้ช่วยบริหารกล้ามเนื้อในร่างกายเราหลายส่วนมาก ๆ ทั้งแขน มือ ไหล่ และหน้าท้อง โดยเฉพาะแขนด้านล่างช่วงระหว่างข้อมือถึงข้อศอกที่ต้องรองรับน้ำหนัก และช่วงแขนด้านหลังที่ต้องเกร็งหนักขึ้น เนื่องจากการงอ ทำให้ท่านี้เป็นอีกหนึ่งท่าโยคะดี ๆ ที่ช่วยฟิตให้แขนของสาว ๆ เรียวเล็กขึ้นค่ะ

วิธีฝึก

– นอนคว่ำลง เท้าชิดกัน ตั้งนิ้วเท้าขึ้น
– งอข้อศอก โดยให้มือทั้งสองข้างวางราบไปกับพื้น หายใจเข้า
– ค่อย ๆ ดันมือทั้งสองข้างยกตัวขึ้น ลำตัวตรงขนานกับพื้น ใช้มือและเท้ารับน้ำหนักตัว สักครู่หนึ่งให้หายใจออก ผ่อนคลายท่าลง กลับไปในท่าเดิม แล้วทำซ้ำ

2. ท่าสุนัขเงยหน้า (Upward-Facing Dog)

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าท่าสุนัขเงยหน้าเป็นท่าที่ทำได้ง่ายมาก เชื่อว่าสาว ๆ ทุกคนต้องทำได้แน่นอน เพราะท่านี้เน้นที่การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ มากกว่าการเกร็งเหมือนท่าอื่น ๆ ทำให้กล้ามเนื้อของเราได้ยืดหยุ่นและกระชับมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นสาวออฟฟิศ เราขอแนะนำให้คุณทำท่านี้เป็นประจำ เพราะนอกจากจะช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อแขนแล้ว ยังช่วยยืดกล้ามเนื้อหลัง และบรรเทาความเครียดจากการนั่งทำงานได้ดีอีกด้วย และถ้าสนใจจะทำท่าอื่น ๆ เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูได้ที่นี่เลย

– 12 ท่าโยคะแก้ปวดเมื่อย มนุษย์เงินเดือนนั่งนาน ๆ ควรจัดให้ด่วนเลย

วิธีฝึก

– นอนคว่ำบนพื้น มือทั้งสองข้างวางล้ำช่วงไหล่พอประมาณ ขาเหยียดตรง
– ออกแรงยกลำตัวขึ้น โดยใช้ปลายเท้าช่วยพยุงตัว พยายามอย่าให้ขาแตะพื้น เงยหน้า แขนตั้งตรง
– ค้างท่าไว้ 20-30 วินาที คืนสู่ท่าเดิม และทำซ้ำเท่าที่ต้องการ

3. ท่าวิดพื้นแบบโยคี (Yogi Push ups)

เชื่อว่าคงไม่มีใครสงสัยหรอกว่าการวิดพื้นจะช่วยให้แขนแข็งแรง เรียวเล็ก กระชับ ได้สัดส่วนได้ยังไง เพราะท่าวิดพื้นเป็นท่าออกกำลังกายที่ใช้แขนโดยตรงจากการดันตัวขึ้น-ลง ฉะนั้นจึงทำให้แขนของเราแข็งแรงและกระชับขึ้นได้แน่ ๆ แต่เนื่องจากท่าวิดพื้นเป็นท่าที่ต้องใช้แรงค่อนข้างเยอะ จึงอาจทำให้สาว ๆ หลายคนเหนื่อยได้ง่ายหน่อย อย่างไรก็อย่าพึ่งท้อไปนะคะ เพราะถ้าทำท่านี้เป็นประจำ เราการันตีว่าแขนเรียวเล็กในฝันอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

วิธีฝึก

– นอนคว่ำลงกับพื้น เหมือนกับท่าแพลงก์
– นำมือทั้งสองข้างวางไว้ต่ำกว่าระดับหัวไหล่ จากนั้นดันร่างกายท่อนบนขึ้นแล้วมองตรงไปข้างหน้า คล้ายท่าท่อนไม้ ค้างไว้สักครู่
– กลับไปที่ท่าแพลงก์ ทำสลับไปเรื่อย ๆ เซตละ 5-10 ครั้ง โดยระหว่างที่ยกตัวขึ้น ให้สูดลมหายใจเข้า และหายใจออกเมื่อจะหย่อนตัวลง แต่อย่ากลั้นลมหายใจนะคะ

4. ท่าสุนัขก้มหน้า (Downward Dog)

ถ้าสังเกตดี ๆ ท่าอื่นจะมีลักษณะคล้าย ๆ กันคือนอนคว่ำ แต่ท่านี้มาแปลกแตกต่าง เพราะเป็นท่าคลานที่ยกเข่าพร้อมกับยกสะโพกให้สูงเหนือพื้น ซึ่งต้องบอกว่าความแตกต่างนี้ถือเป็นข้อดีของท่านี้เลยค่ะ เพราะการที่ต้องใช้มือยืดออกไปจนสุดแล้วยันพื้นไว้จะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนเล็ก ๆ ของท่อนแขนทำงานได้เต็มที่ รวมถึงข้อมือ หัวไหล่ และกล้ามเนื้อแขนด้านหลังด้วย นอกจากนี้การกลับหัวลงในขณะฝึกท่าสุนัขก้มหน้ายังช่วยให้การทำงานของระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้นด้วยค่ะ

วิธีฝึก

– อยู่ในท่าคลาน กางขาและเข่าออกเท่าความกว้างของสะโพก กางแขนให้กว้างเท่าไหล่ กางนิ้วออกให้กว้างด้วย
– ใช้มือดันพื้น ยกเข่าขึ้นจนขาตรง (หากรู้สึกตึงขาเกินไป สามารถงอเข่าได้เล็กน้อยเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น)
– ยืดแขนไปข้างหน้าและก้าวขาไปข้างหลังเล็กน้อย
– เกร็งต้นขาไว้ จากนั้นดันต้นขาไปข้างหลัง พยายามกดส้นเท้าไว้ให้ติดพื้น
– ผ่อนคลายศีรษะ คอ แล้วปล่อยให้ไหล่ผายไปด้านหลัง หายใจลึก ๆ ค้างไว้อย่างน้อย 1 นาที

5. ท่าโลมา ยกขาข้างหนึ่ง (Dolphin with One-Leg Lift)

ท่าโลมายกขาข้างหนึ่งเป็นท่าที่ช่วยฝึกการทรงตัว และที่สำคัญคือช่วยกระชับทั้งต้นแขนด้านใน ไหล่ กล้ามเนื้อไบเซ็ปส์ ไตรเซ็ปส์ และหลังช่วงบนให้แข็งแรง สมส่วนได้แบบที่สาว ๆ ต้องการเลยค่ะ

วิธีฝึก

– นั่งคุกเข่า ประสานมือทั้งสองข้างไว้ข้างหน้า
– ค่อย ๆ โน้มตัวลงมาให้ข้อศอกแตะพื้น
– ยกสะโพกและก้นขึ้นให้อยู่ในแนวเดียวกับข้อศอก
– ยกขาขึ้นข้างหนึ่งแล้วค้างไว้สักครู่ ทำสลับกัน จากนั้นคืนสู่ท่าเดิม

6. ท่าแพลงก์ (Yoga Plank Pose)

นอกจากจะช่วยลดพุง กระชับหน้าท้องอย่างที่เราเคยได้กันยินกันมาบ่อย ๆ ก่อนหน้านี้แล้ว ท่าแพลงก์ยังมีอีกหนึ่งประโยชน์ที่สำคัญมาก นั่นก็คือ ช่วยให้แขนของเราฟิต กระชับ และแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เพราะการที่เราทำท่าแพลงก์นั้น เราจะต้องทรงตัวอยู่บนแขน ซึ่งทำให้เราต้องเกร็ง เปิดโอกาสให้ได้ฟิตกล้ามเนื้อแขนมากขึ้น จึงสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อแขนกระชับ และช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้นได้

แล้วก็ไม่ใช่เพียงแค่ต้นแขนที่ฟิต กระชับอย่างเดียวนะคะ เพราะกล้ามเนื้อหน้าอกและบริเวณหัวไหล่ของเราก็ต้องทำงานอย่างหนัก ทำให้แข็งแรงและได้สัดส่วนเพิ่มขึ้นด้วย เรียกได้ว่าทำท่านี้แค่ท่าเดียวได้ครบทั้งแขน ไหล่ อก และหน้าท้องเลยค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมั่นใจว่าเราทำท่านี้อย่างถูกต้องโดยการทิ้งน้ำหนักลงไปที่แขน ไม่ใช่ที่ข้อต่อนะคะ เพราะไม่งั้นอาจจะได้ปวดตามข้อจนต้องไปหาหมอแทนมีแขนที่ฟิตกระชับได้

วิธีฝึก

– นอนคว่ำ เหยียดตัวตรง เกร็งคอ และศีรษะลอยจากพื้น
– ตั้งศอกทั้ง 2 ข้างกับพื้น ค่อย ๆ ยันตัวขึ้น โดยให้ศอกทั้ง 2 ข้างห่างกันประมาณ 1 ช่วงไหล่ และข้อมือต้องวางตรงกับหัวไหล่ด้วย
– ยกสะโพกขึ้น แขม่วพุง ขมิบก้น เกร็งลำตัวและคอให้อยู่ในระนาบเดียวกัน ค้างท่าไว้ 30-60 วินาที

7. ท่าแพลงก์ด้านข้าง (Side Plank)

ท่าแพลงก์ด้านข้างจะช่วยฟิต กระชับต้นแขนในลักษณะคล้าย ๆ กันกับท่าแพลงก์ธรรมดาเลยค่ะ แต่อาจจะเห็นผลมากกว่ากันอยู่นิดหน่อย เพราะท่านี้เป็นท่าที่ใช้แขนข้างเดียวยึดร่างกายเอาไว้ จึงทำให้กล้ามเนื้อแขนข้างนั้น ๆ ต้องทำงานหนักมากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อของเรากระชับขึ้นได้เร็วนั่นเอง อย่างไรก็ตามท่านี้ทำได้ยากกว่าท่าแพลงก์ธรรมดา ถ้าคุณเป็นมือใหม่เราขอแนะนำให้คุณทำท่าแพลงก์ธรรมดาด้านบนให้ชินก่อน แล้วค่อยลองทำท่านี้ทีหลังค่ะ

วิธีฝึก

– นอนตะแคงข้างซ้าย ใช้แขนและข้อศอกยันตัวขึ้นโดยให้สะโพกยังวางอยู่กับพื้น
– ค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้น ตามด้วยเหยียดแขนข้างขวาตรงขึ้นไปข้างบน
– เกร็งคอ ลำตัว และสะโพกให้อยู่ในระนาบเดียวกัน ค้างท่าไว้ 30-60 วินาที คลายท่า แล้วสลับข้าง

หากอยากมีต้นแขนเรียวสวยได้สัดส่วน สาว ๆ ควรทำท่าโยคะเหล่านี้เป็นประจำ โดยแต่ละท่าควรค้างไว้ที่ประมาณ 5 ลมหายใจ และให้ทำท่าละประมาณ 5-8 ครั้ง เพื่อให้การลดกระชับต้นแขนให้เรียวเล็กและสวยงามของทุกคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนะคะ และหากใครที่มีเวลาอยากออกกำลังกายลดต้นแขนแบบหลากหลายมากขึ้น สามารถดูวิธีลดต้นแขนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://health.kapook.com

Lorem Ipsum

Lorem Ipsum is simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry’s standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic typesetting, remaining essentially unchanged. It was popularised in the 1960s with the release of Letraset sheets containing Lorem Ipsum passages, and more recently with desktop publishing software like Aldus PageMaker including versions of Lorem Ipsum.

Lorem Ipsum

Lorem Ipsum is simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry’s standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic typesetting, remaining essentially unchanged. It was popularised in the 1960s with the release of Letraset sheets containing Lorem Ipsum passages, and more recently with desktop publishing software like Aldus PageMaker including versions of Lorem Ipsum.

Lorem Ipsum

Lorem Ipsum is simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry’s standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic typesetting, remaining essentially unchanged. It was popularised in the 1960s with the release of Letraset sheets containing Lorem Ipsum passages, and more recently with desktop publishing software like Aldus PageMaker including versions of Lorem Ipsum.

Lorem Ipsum

Lorem Ipsum is simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry’s standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic typesetting, remaining essentially unchanged. It was popularised in the 1960s with the release of Letraset sheets containing Lorem Ipsum passages, and more recently with desktop publishing software like Aldus PageMaker including versions of Lorem Ipsum.

Lorem Ipsum

Lorem Ipsum is simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry’s standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic typesetting, remaining essentially unchanged. It was popularised in the 1960s with the release of Letraset sheets containing Lorem Ipsum passages, and more recently with desktop publishing software like Aldus PageMaker including versions of Lorem Ipsum.